[IS5]: ขนมปังสีเลือด (Blog Action Day 2009)
posted on 16 Oct 2009 00:49 by kaofhangcs in ImaginationStory-ISบุคคลที่เกี่ยวข้อง: เม่ย, เร, รัม, ชิน, ตรี, ว่าน, นายน์, น้ำตาล, มิดไนท์, (มิ้งค์, สา) <<< ตัวละครนอกโรงเรียน
Timeline: ประมาณ 20 ปีต่อมา
หมาย เหตุ: เป็นจินตนาการของ ผปค. เท่านั้น ยาวพอสมควร เนื้อหาอาจจะค่อนข้างรุนแรง แต่ต้องการจะสื่อให้เห็นเท่านั้นว่า หากปล่อยให้โลกเป็นอย่างนี้ต่อไป มนุษย์อาจจะเดือดร้อนกว่าที่คาดคิดเอาไว้ก็ได้
หมายเหตุ 2: ชักไม่แน่ใจแล้วว่ามันเกี่ยวกับโลกร้อนรึเปล่าเนี่ย... เอ... แต่เราเอาข้อมูลมาจากที่เราเคยอ่านมาบ้างละนะ... T^T เอาเถอะ ไม่เป็นไร บทโหดอาจจะเยอะไปหน่อย... (ไม่หน่อยแล้วล่ะ...) [แก้ไขล่าสุด 16 ต.ค. 2552, 8:00 น.]
_____________________________________________________________________
[Prologue]
เราไม่เหลืออะไรอีกแล้ว
เพราะใครกัน? เพราะอะไรกัน? เราทุกคนจึงต้องมาตกยากลำบากแบบนี้กัน?
เราทุกคนต้องมาเข่นฆ่ากันเอง เพราะเรื่องเล็กๆ แบบนี้ เพราะอะไรกัน?
พระเจ้าเหรอ? เพราะพระเจ้าเหรอ?
จะให้ถูก พระเจ้าลงโทษเราไม่ใช่เหรอ?
เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นจนเป็นวันนี้....
...มันเพราะมือหลายล้านคู่ ของมนุษย์อย่างพวกเราเองไม่ใช่เหรอ...?
[1.]
"...ข้าวฟ่าง... ...ข้าวฟ่าง..."
เสียง หวานๆ เสียงหนึ่งกำลังปลุกฉันจากภวังค์ของความอ่อนล้าจากการขาดอาหารมาเมื่อวาน ฉันมองไปรอบๆ ตอนนี้ฉันอยู่ในตึกคลีนิคสัตว์ของฉันอยู่ ที่ตอนนี้ไม่เค้าความเป็นคลีนิคเลย กระจกก็แตก เครื่องทำความเย็นทั้งหลายก็โดนทุบไปจนหมด ไฟฟ้าก็ไม่มีใช้ แม้แต่วอลล์เปเปอร์ข้างฝา ก็หลุดลอกไปจนหมด เหลือเพียงแต่สีหมองๆ ที่เกิดจากการเปื้อนฝุ่นเท่านั้น
ตอนนี้... แม้แต่น้ำ ก็แทบไม่มีใช้...
หลัง จากเกิดสงครามย่อยเมื่อไม่กี่ปีมานี้ เราต้องอยู่กันอย่างยากลำบาก ฉันพาพวกเพื่อนๆ ลี้ภัยจากที่ต่างๆ ให้มาอาศัยอยู่ที่คลีนิคของฉันที่เชียงใหม่ เหตุก็เกิดจากเรื่องเล็กๆ เพียงแค่การแย่งชิงพื้นที่ป่า และแหล่งน้ำจืดที่มีเหลืออยู่น้อยนิดในแต่ละประเทศ ยังดีที่ทางนี้สามารถเก็บไว้ได้ ถึงแม้จะมีไม่ถึง 15% แล้วก็เถอะ...
"เป็น อะไรมากมั้ยข้าวฟ่าง? หน้าซีดมากเลยนะ..." เม่ยถาม ฉันส่ายหัวเบาๆ เชิงปฎิเสธ และฉันก็ยิ้มให้แห้งๆ "ไม่เป็นไรมากหรอกน่า... เม่ย" และฉันก็ลูบหัวเม่ยเบาๆ ทีนึง
"เอายามั้ย? เดี๋ยวฉันออกไปหาให้" เรถามด้วยความเป็นห่วงอีกคนตามนิสัยของพยาบาลเก่าคนหนึ่ง ที่ตอนนี้ต้องตกงานไปซักพัห เนื่องจากหาที่ทำงานไม่ได้เลย
"อย่าออกไป นะเร! ข้างนอกตอนนี้มันอันตราย เราก็รู้กันอยู่" ฉันขึ้นเสียงห้ามด้วยความเป็นห่วงทันที แน่นอนล่ะ ยิ่งเป็นคนที่ไม่ค่อยสู้คนอย่างเรแล้ว คงจะลำบากแน่ๆ หากออกไปแบบนั้น
"เฮ้อ..." รัมถอนหายใจออกมาเบาๆ "...ไม่รู้ ทางนั้นจะเป็นยังไงบ้างนะ?"
"ไม่ เป็นไรหรอก ทางนั้นมีหนุ่มๆ ซะอย่าง อย่างน้อยก็ปลอดภัยไปเยอะแล้วแหละ" ชินเข้ามาตบหลังรัมเบาๆ และยิ้มให้เป็นกำลังใจ โดยที่มีตรีอยู่ให้กำลังใจข้างๆ ด้วย
ตอนนี้ เราให้เพื่อนๆ ส่วนหนึ่งอยู่กับฉันที่คลีนิคนี่ ทั้งเพื่อนที่โรงเรียนลูกบาศก์ กับเพื่อนๆ ที่โรงเรียนเก่า เป็นผู้หญิงทั้งหมด ส่วนอีกส่วนหนึ่งก็อยู่ที่บ้า่นของว่าน ซึ่ีงหนุ่มๆ ทั้งหมดจะอยู่ที่นั่น กับเพื่อนๆ อีกส่วน รวมถึงหลายๆ คนนอกจากที่รู้จักจากโรงเรียนลูกบาศก์ด้วย
ทำไม ถึงต้องมาอยู่ที่เชียงใหม่กันด้วย? ก็เพราะเหตุจากสึนามิลูกใหญ่เมื่อประมาณ 5-10 ปีก่อน มันทำให้พื่นที่หลายพื้นที่กลายเป็นเมืองบาดาลไปเลยน่ะสิ ไม่แปลกหรอกที่เป็นแบบนี้ ก็น้ำแข็งที่ขั้วโลกมันไม่มีแล้วนี่นา อีกอย่าง อยู่เชียงใหม่ อย่างน้อยก็ยังช่วยยืดเวลาไปอีกสักนิด ก่อนที่จะย้ายที่อยู่ก่อนน้ำจะขึ้นมากกว่านี้อีก...
แล้วทำไมข้างนอก มันอันตราย? ก็เพราะว่าตอนนี้ ข้าวปลาอาหารหายากมากเลยน่ะสิ แม้แต่แหล่งน้ำจืดก็แทบจะไม่มี แหล่งพื้นที่เกษตรก็แห้งแล้วไปเกือบหมด พื้นที่ป่าก็มีนะ แต่ห่างจากที่นี่มาก จนยากที่จะเข้าถึง อากาศก็ร้อนเกินไป ฉันจึงเสียเพื่อนๆ บางคนจากการที่อากาศร้อนเกินไปจนทนไม่ไหว ต้องล้มหายตายจากไปก่อน และอีกอย่าง อากาศร้อนขึ้น สิ่งมีชีวิตบางชนิตที่เป็นตัวนำโรคก็เยอะขึ้น เชื้อบางตัวก็ขยายพันธุ์ได้ง่ายขึ้น ยิ่งตอนนี้ยาก็เหลือน้อยนิด เกิดเป็นอะไรเข้า ก็ลำบาก
ที่อันตรายอีกอย่าง เพราะเดี๋ยวนี้ ต่างคนต่างต้องเอาตัวรอด อย่างที่บอก ทั้งของกิน ยา มันน้อยลงทุกที เอาทีก็ลำบาก ต้องแอบเอา เกิดถ้าเจอกันทีหลายๆ คน ก็ต้องมีเหตุต้องเข่นฆ่ากันจนต้องตายไปข้างหนึ่ง
ยังดี ที่พวกเราตั้งข้อตกลงกัน ว่าได้ก็ต้องเก็บไว้แบ่งกันใช้ แบ่งกันกิน เราจึงรอดมาได้ไงล่ะ แต่อย่างที่ว่า อาหารมันไม่พอ หลายๆ คนก็เลยเริ่มไม่สบาย อย่างฉันนี่แหละคนนึง...
"ว่าแต่ วันนี้เวรใครออกไปหาของกินล่ะ?" นายน์กับน้ำตาลถามมาพร้อมๆ กัน ถึงแม้ว่าจะโตแค่ไหน สองคนนี้ก็ยังรักกันเหมือนเดิม
"เอ้อ! ฉันเอง ฉันเองแหละ" ฉันตอบรับทันที ทำเอาทุกคนเริ่มเป็นห่วง เนื่องจากอาการไม่สบายของฉันที่มีเล็กน้อยอยู่แล้ว
"เฮ้ย! ข้าวฟ่างเรอะ? แกพักดีกว่า ฉันจะไปเอง!" ชินลุกขึ้นพรวดพร้อมอาสาออกไปแทนฉันเอง
"ไม่ ได้ๆ เมื่อวานก็เวรของชินแล้วไม่ใช่เหรอ? แถมเมื่อวาน แกเองก็ได้แผลมาเยอะด้วยนะ" ฉันห้ามด้วยเหตุผล "เพราะฉะนั้น เพื่อทุกคน ฉันขอไปเอง"
"ข้าวฟ่าง..." ทุกคนเรียกชื่อฉันพร้อมกันด้วยความเห็นห่วง
"ไม่ เป็นไรหรอกน่า... พรุ่งนี้ฉันก็ได้พักแล้ว เอาเถอะ เดี๋ยวอีกซัก 5 นาที ฉันออกไปละนะ" ฉันบอกทุกคน และทุกคนก็ยิ่งทำหน้าเป็นห่วงมากกว่าเดิมอีก...
ผู้หญิงที่มีท่าทีที่ดูแลคนอื่นได้มากที่สุด ทุกคนตกลงให้เป็นฉัน ชิน รัม มิ้งค์ แล้วก็มิดไนท์
ทำไม มีมิดไนท์ด้วยล่ะ? ก็เพราะว่าตอนนี้ อาการซึมเศร้าของไนท์ก็หายขาดแล้ว ถึงแม้ว่าจะดูอ่อนแอ แต่เป็นคนเอาตัวรอดเก่งใช้ได้ ก็เลยได้เป็นคนดูแลด้วยอีกคน
แต่ว่า ตอนนี้ มิ้งค์หายไป 3-4 วันแล้วน่ะสิ นับตั้งแต่วันที่เป็นเวรของมิ้งค์ ทุกคนรออยู่ ไม่รู้จะเป็นอะไรมากมั้ย? พวกเราเอง พอถึงเวรของตัวเองก็ตามหาไปด้วยเหมือนกัน ทำให้ช่วงนี้ ของที่ได้มาไม่เยอะเท่าที่ควรน่ะสิ...
ฉันเตรียมของซักพัก ส่วนใหญ่ก็มีไม่มาก เป็นย่ามเล็กๆ ใบหนึ่่ง และกระติกน้ำเดินทาง เอาไว้เผื่อเจอน้ำ ก็จะได้เก็บ นอกนั้นก็เป็นอาวุธเล็กๆ น้อยๆ เอาไว้ป้องกันตัว อย่างไม้ตะบอง ไม่ก็มีดพกเล็กๆ ซักเล่ม ก็พอ ไม่ได้คิดจะฆ่าใครหรอกนะ แต่มันก็ต้องมีการระวังตัวไว้ก่อนแหละนะ
"ข้าว ฟ่างๆ ฉันไปก็ได้นะ เธอไม่ต้องฝืนก็ได้ ฉันไปเอง" มิดไนท์เข้ามาดึงชายเสื้อฉันซะเต็มที่ ท่าทางเธอเป็นห่วงฉันเอามากๆ แต่ว่ายังไง เวรก็คือเวร ฉันพักไม่ได้หรอก
"ไม่เป็นไรหรอกไนท์..." ฉันค่อยๆ ปลดมือเธอออก "อีกอย่าง ฉันสัญญากับว่านแล้วนะ ว่าจะดูแลเธอ เกิดเธอเป็นอะไรไป ไม่ใช่แค่ว่านนะที่จะแย่ ทุกคนคงพลอยแย่ไปด้วยแหละ" ฉันยิ้ม และชูนิ้วโป้งแสดงความเต็มใจของฉัน
"...ต้องกลับมาให้ได้นะ!" มิดไนท์สั่ง ฉันยิ้มให้ และตอบกลับไป "ได้เลย!"
...โดยที่ฉันไม่รู้ว่า...
...วันนี้คือวันสุดท้ายของฉัน...
[2.]
ฉันเดินปาดเหงื่อมาได้ซักพักแล้ว โลกเรานี่ร้อนขึ้นทุกวัน ฉันกลัวว่า คนจะตายกันเยอะขึ้นเพราะทนอากาศร้อนไม่ไหว แต่แค่เห็นที่ข้างทาง มันก็น่าคิดมากแล้วนะ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ตาย แต่ก็ไม่สบายกันไปค่อนข้างเยอะเหมือนกัน...
ถึงแม้ว่าจะเดินมาแค่ไม่นาน ฉันก็ได้ของมาสี่ห้าอย่างแล้วล่ะ ถือว่าเยอะพอสมควรสำหรับวันนี้
มัน เป็นเรื่องที่ไม่ดีหรอกนะที่จะขโมยคนอื่น แต่ว่าจะทำยังไงได้ ต้องทำเพื่อคนอีกส่วนหนึ่งนี่นา เรื่องศีลธรรมข้อนี้ คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ซะแล้ว...
ฉันเดินจนไปถึงมุมตึกแห่งหนึ่ง ฉันรู้สึกเหมือนมีคนมองจากที่นั่น แถมเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยซะด้วย...
"...ฟ่างนี่นา..."
ฉันได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ ของคนนั้น เสียงของผู้หญิง
...แถมมันคุ้นมาก...
...ใครนะ...?
ฉันจึงรีบวิ่งไป
"ใครน่ะ!!!"
อีกฝ่ายก็วิ่งสุดฝีเท้าเช่นกัน
"ฉันถามว่าใคร!!!"
และฉันก็เร่งฝีเท้าขึ้นเรื่อยๆ...
...เรื่อยๆ...
...เรื่อยๆ...
...และ...
ตึง!!!
อีก ฝ่ายสะดุดขวดแก้วน้ำอัดลมชนิดที่ต้องคืนที่ขวางทางไว้ ทำให้หล่อนหัวโหม่งพื้นซะเต็มแรง ฉันกลัวว่าหัวจะแตก ก็เลยรีบวิ่งเข้าไปประคอง
"ป... เป็นอะไรมากมั้ย? หัวแตกรึเปล่า?"
"ม... ไม่เป็นไรค่ะ..."
อีกฝ่ายตอบรับมาซะที... ฉันจึงโล่งใจมาอีกหน่อย
แต่...
เสียงนี่มัน...
"...มิ้งค์เหรอ?"
ฉันทั้งตกใจ ทั้งดีใจมาก ฉันจึงดึงตัวมิ้งค์เข้ามากอด
"มิ้งค์!!! ...ดีจริงๆ ที่แกยังปลอดภัยดี..."
อีกฝ่ายยังคงเงียบ...
"รู้มั้ย พวกเราทุกคนเป็นห่วงแทบแย่ แล้วเป็นยังไงบ้าง? เธอไม่ป่วยตรงไหนนะ..."
ฉันค่อยๆ คลายกอด...
"มิ้งค์... ฉันว่านะ..."
ฉึก..!!!
"...อึ้ก!!!..."
ฉันรู้สึกเหมือนบางอย่างแทงเข้ามาที่ท้อง แต่ไม่ลึกมาก คิดว่าคงเป็นมีดปอกผลไม้ที่มาแทงเข้าที่ท้อง
...แต่... ใครกันนะที่ทำ...
"...ห่วงฉันทำไม...?"
...ฉันค่อยๆ เงยหน้าไปยังต้นเสียง...
...มิ้งค์...!?
"...แก... ...ทำไม...?"
ฉันพยายามแกะมือมิ้งค์ให้ออกจากด้ามมีด หลีกเลี่ยงไม่ให้มีดดึงออกมา ไม่อย่างนั้นอวัยวะภายในจะโดนดึงไปด้วย...
...ฉึก!!!
...สวบๆ...
แต่ขณะที่ฉันพยายามอยู่นั้น เธอก็ยิ่งกดมีดให้แทงเข้าไปมากขึ้น...
...และเธอก็แสยะยิ้ม...
"ทำตัวเป็นคนดีอยู่ได้แก..."
สวบ!
"...อื้อ!" ฉันครางออกมาด้วยความเจ็บปวด
"ทำอย่างนั้น... คนมันจะอยู่รอดได้ไงกัน..."
...รอยยิ้มชั่วร้าย ยิ่งเบ่งบานขึ้นบนใบหน้าของเธอ...
"ม... มิ้งค์..."
ฉึก!!!
"อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!"
ฉันร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวดที่มีมากขึ้นหลายเท่า
"ไม่ต้องมาเรียกชื่อฉัน ไอ้โง่!!!"
"...คิดจะเอาตัวรอดคนเดียวรึไง...?" ฉันพยายามเปล่งเสียงถามเธอ
"ก็แน่นอนสิ ทำไมล่ะ? เกิดฉันค่อยๆ กิน ค่อยๆ ใช้ แบ่งให้คนอื่นไปเรื่อยๆ แบบนี้ จะให้ฉันต้องตายก่อนรึไง พวกแกถึงจะเข้าใจ!!!"
ฉึก!!
"อ๊าาาาาาาาา!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
"อ้อ... ลืมไป... พวกมันใจบุญ จนลืมมองข้อสำคัญไปข้อหนึ่ง..."
เธอเอามือข้างที่ว่างมาดึงคอเสื้อให้เข้าไปใกล้ๆ และมันยิ่งทำให้มีดแทงเข้าไปลึกยิ่งขึ้น
และเธอก็ค่อยๆ พูดบางอย่างออกมา...
"คนเราน่ะ... จะเอาตัวรอด... มันก็ต้องมีเสียสละกันบ้าง..."
ฉึก!
"ฆ่ากันบ้าง..."
สวบ...!
"ตายกันไปบ้าง..."
ฉึก!!!
"อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"
"เข้าใจมั้ย!!!!!"
เธอตะโกนใส่หน้าฉันสุดเสียง ก่อนที่จะผลักฉันลงไปกองกับพื้น ทำให้มีดที่ปักที่ท้องถูกดึงออกไปด้วย
และฉันก็เห็นบางอย่าง... ในมือของมิ้งค์...
"มิ้งค์... ของเธอหมดเลยเหรอ...?"
ฉันพูด พร้อมชี้ไปที่ถุงพลาสติกใส ที่มีขนมปังชนิดต่างๆ เต็มไปหมด ทั้งขึ้นรา และยังไม่ขึ้น
และบางชิ้น... ก็มีเลือดเปื้อนอยู่ด้วย...
"หือ? แน่นอน... เกิดค่อยๆ เก็บอย่างพวกแก คงไม่ได้เยอะขนาดนี้หรอก... อิจฉาล่ะสิ"
เธอพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน และค่อยๆ เอามีดเข้าใกล้คอฉัน...
"...จะทำอะไร...?"
กึด...
"...ฆ่าแกน่ะสิ..."
มิ้งค์พูดพร้อมกับค่อยๆ กดมีดลงที่คอของฉัน...
"ถ้าฆ่าแกได้... ของในย่ามนั่นทั้งหมด... ก็จะทำให้ฉันรอด!!!"
กึด!!!
"เลิกคิดอะไรไร้สาระแบบนี้ได้แล้ว!!!"
ฉันตะโกน และผลักมิ้งค์ออกไปสุดแรง
"มันจริง... จริงสิ... มันต้องเสียสละบ้าง ถ้าจะอยู่รอด..."
ฉันพูดออกมา
"แต่อยู่รอดโดยไม่ต้องเข่นฆ่ากัน จะได้มั้ย!!!"
มิ้งค์หยุดเถียงซักพัก ในขณะเดียวกัน ก็พยายามยันตัวขึ้นมาด้วย
"...เพราะ คนเรา... เพราะคนเรามันคิดกันอย่างนี้นี่แหละ!!! คิดกันอย่างนี้ ว่าต้องเสียสละบ้าง ต้องสูญเสียอะไรไปบ้่าง คนอื่นจะไปสนทำไม ในเมื่อเรารอดก็พอ... โลกเราก็เลยต้องมาเป็นอย่างนี้กันทุกวันไงเล่า!!!"
"มันก็เหมือนกับเราคิดว่า สิ่งแวดล้อม ของอะไรพรรค์นี้ สนทำไมมากมาย เดี๋ยวก็มีคนมาช่วย เดี๋ยวก็มีคนมาดูแล เดี๋ยวก็มีคนมาใส่ใจ เราสบายก็พอ แต่คิดดู ถ้าคนเดียวคิด ก็ไม่ค่อยเป็นอะไรมาก แต่... ถ้าเกิดคนทั้งพันล้านทั่วโลกคิดอย่างนี้กัน มันจะเกิดอะไรขึ้น!!! เห็นมั้ย??? แกก็เห็น มันมีแต่เสียกับเสีย ใช่... เพราะความเห็นแก่ตัวของพวกเราทุกคนนี่แหละ ทำให้เราต้องกลายมาเป็นแบบนี้!!!"
"...แก..."
มิ้งค์ลุกขึ้นมาได้เต็มที่แล้ว และกำลังจะเข้ามาแทงฉัน
"แทนที่จะช่วยชะลอความโหดร้ายที่จะเข้ามา แกกลับจะให้มันเลวร้ายลงไปอีกเรอะ!!!"
ฉันพูด พลางเอามือควานหาพวกท่อนไม้ที่น่าจะมีแถวๆ นี้ด้วย
"หุบปากไปเลยไอ้พวกโง่!!!"
และที่สุด มิ้งค์ก็กระโจนเข้ามา ด้วยที่ว่า... ตอนนี้ เธอไม่มีสติแล้ว...
"พอได้แล้วมิ้งค์!!!!!!!"
ฉัน คว้าไม้ท่อนนึงมาได้ ฉันจึงคิดจะเอามันตีหัวเธอ อย่างน้อย ฉันแค่ต้องการให้เธอสลบ และฉันจะได้พาเธอกับคลีนิคของฉันเสียที ถ้าหัวแตก เดี๋ยวค่อยกลับไปทำแผลก็ได้...
ปึ้ก!!!
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
.
.
.
.
.
.
.
[3.]
ฉันค่อยๆ ลืมตา และปล่อยไม้นั่นทิ้ง...
...คงจะสงบแล้วสินะ...
ตอนนี้ เหลือเพียงแค่เสียงลมอ่อนๆ ที่พัดมาช้าๆ พร้อมกับใบไม้แห้งที่ปลิวมาด้วย...
ฉันสำรวจกระเป๋าย่ามของตัวเองว่าของอยู่ครบมั้ย และของก็อยู่ครบ แถมมีที่ว่างด้วย
ฉันจึงคิดที่จะเอาขนมปังที่มิ้งค์ได้มา ใส่ย่าม และเอาไปให้เพื่อนๆ ทุกคน ซึ่งตอนนี้ ขนมปังกระจัดกระจายไปทั่ว ฉันจึงค่อยๆ เก็บใส่ย่ามทีละชิ้น... ทีละชิ้น...
จนถึงชิ้นหนึ่ง...
ฉันหยิบขึ้นมา...
...มันชุ่มไปด้วยเลือด...
...ขนมปังชิ้นนี้... มีสีแดงสด... ราวกับถูกย้อมมาก็ไม่ปาน...
ฉันจึงค่อยๆ เลื่อนสายตาไปยังข้างหน้า...
และสิ่งที่ฉันไม่คาดคิด... มันก็อยู่ตรงหน้านี่แล้ว...
"ม... ไม่จริง..."
ทั้งร่างกายฉันอ่อนแรง ขาทรุดลงนั่งยันเข่า มองกับสิ่งตรงหน้า...
"...ไม่..."
ร่างตรงหน้า...
แน่นิ่ง... ไม่ไหวติง...
ไม่ใช่เพราะสลบ หรือหมดสติ...
...แต่เพราะ...
...หมดลมหายใจไปแล้ว...
ฉันพบว่า ท่อนไม้ที่ฉันหยิบมา ไม่ใช่แค่ท่อนไม้เปล่าๆ...
...แต่มันคือขวานขนาดกลาง ที่ความกว้างใบมีด น่าจะซักประมาณ 7-8 นิ้ว...
...แต่ ค่อนข้างคม...
...และตอนนี้... ความคมนั่น...
...มันอยู่กลางหัวของมิ้งค์...
น้ำตาของฉันไหลออกมาไม่หยุด ฉันมองไปที่เสื้อผ้า และมือของฉัน ที่ตอนนี้เปื้อนเลือดของมิ้งค์...
"ข... ขอโทษ..."
ฉันค่อยๆ เลื่อนมือไปปิดตาของเธอ
สติของฉันเริ่มคุมไม่ได้
จนฉันต้องแผดเสียงร้องทุกสิ่งออกมา
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
ฉันกรีดร้อง พร้อมร้องไห้ให้เต็มที่...
"ทำไม... ทำไม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
"ทำไมโลกเราต้องเป็นแบบนี้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
"ทำไมในเมื่อเรามีโอกาส แล้วเราไม่ช่วยโลก!!!!!!!!!!!!!!!"
"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
"ทำไมพวกเราโง่อย่างนี้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
.
.
.
.
.
.
.
ฉึก!!!
"อึ๊ก!!!"
สติของฉันคืนมา เมื่อรู้สึกได้ว่า...
...มีคนแทงมาจากทางด้านหลัง...
...ฉันมองไปที่ท้อง... พบว่าเป็นมีดสปาต้า...
...ฉันค่อยๆ มองไปข้างหลัง...
...และน้ำตาที่มีอยู่แล้ว ก็ค่อยๆ มีมากขึ้น...
"...สา...?"
และฉันก็ค่อยๆ ล้มลง...
"ฟ่าง!!! ฉันขอโทษ!!! ฉันไม่รู้ว่าคือแก... ฉันขอโทษ!!!"
เขารีบมาประคองตัวฉัน และขอโทษเป็นการใหญ่
"...ไม่เป็นไร..."
ฉันค่อยๆ เอามือไปแปะที่ใบหน้าของเขา พร้อมสั่งเสีย...
"...เอาของในย่ามไปให้พวกของฉัน... แล้วก็ เก็บขนมปังที่ตกพื้นไปด้วย"
เขาผงกหัวรับเต็มที่
"แล้วก็... ช่วยเอาร่างมิ้งค์ไปฝังด้วยนะ..."
...เขาเริ่มร้องไห้...
"...ขอบคุณ... ...ที่ทำให้ฉันได้หลับเสียที..."
"...ฉัน... ได้หลุดพ้นจากโลกอันเลวร้ายซะที..."
สติของฉันค่อยๆ เลือนไป
ภาพในอดีต ค่อยๆ ปรากฎขึ้นมาในสมองของฉัน...
...และฉันก็เห็นภาพโลกที่สวยงามกว่าตอนนี้...
...ฉันคิดว่า... ถ้าเราช่วยกันลดโลกร้อนตั้งแต่ตอนนี้ หรือก่อนหน้านี้ หรือต่อจากนี้...
...ช่วยกัน...
...จากมือหนึ่งคู่... บอกต่อเป็นสองคู่ สี่คู่ แปดคู่...
...รวมเป็นนับพันนับล้านคู่...
...โลกเลวร้ายแบบนี้ คงจะไม่เกิดขึ้น...
...และพวกเราจะมีความสุขกันมากกว่านี้...
และสติฉันก็ค่อยๆ หายไป... พร้อมกับลมหายใจที่รวยริน...
...และหยุดไป ในที่สุด...
_____________________________________________________________________
สรุป:
- ประเมินว่าน่าจะ PG-15 น่ากลัวเนอะ (เขียนไปได้ไงหว่า?)
- เป็นตอนลูกๆ อายุราวๆ 30 ขึ้นไปละนะ (แต่ยังไม่เลข 4)
- โลกร้อนจนข้าวปลาไม่มี
- ข้าวฟ่างออกไปหาของมาประทังชีวิตสาวๆ
- ไปเจอกับมิ้งค์ที่หายหน้าไปเกิน 3-4 วัน
- มิ้งค์คิดเอาตัวรอดคนเดียว เหมือนกับพวกที่คิดเอาตัวรอดในปัจจุบันนี่แหละ
- แทงข้าวฟ่าง และพูดสารพัดจนข้าวฟ่างโต้
- ข้าวฟ่างหาไม้มาจัดการมิ้งค์ให้สลบ
- แต่กลายเป็นว่าเอาขวานจามหัว
- ก็เลยเสียสติ
- สาเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนอื่นเลยแทง
- พอรู้ก็ขอโทษยกใหญ่ แต่ว่าข้าวฟ่างไม่ว่าอะไร แถมสั่งเสียซะด้วย...
- แล้วเจ๊ฟ่างก็ตาย
_____________________________________________________________________
หม่ามี๊ Talk: โหดร้ายว่ะ อ่านดูอีกทียังคิดเลยว่า "นี่ตรูแต่งไปได้ง๊าย~!!!!"
แต่ที่เขียน ข้อมูลส่วนหนึ่ง
อ้างอิงมาจากการคาดการณ์ของคนๆ หนึ่งเรื่องสึนามิ
(จำไม่ได้ละว่าข้อมูลของใคร) แล้วก็จากข่าวปัจจุบันหลายๆ เรื่อง
ที่เกี่ยวกับอากาศร้อนแล้วคนตาย ส่วนเรื่องที่ว่าโรคนั่น
ก็อ้างอิงจากข้อมูลที่ได้มาส่วนหนึ่งเหมือนกัน
และก็เรื่องน้ำแข็งขั้วโลกละลาย วันนี้ก็มีข่าวออกเหมือนกันว่า
อังกฤษคาดการณ์ว่า ไม่เกิน 10 ปี น้ำแข็งขั้วโลกจะไม่มีอีกแล้ว
ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เรื่องอุณหภูมิโลก
และทำให้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ด้วย น่ากลัวนะ...
ก็เลยออกมาเป็นเรื่องนี้ โหดร้ายไปก็ขอโทษด้วย...
ที่จริง ไอเดียมันมาจากการ์ตูนสั้นเรื่องนึง
ที่เขียนเกี่ยวกับโลกร้อนนี่แหละ แถมมีทิ้งท้ายด้วยว่า
ถ้าเราทำให้โลกเป็นอย่างนี้ต่อไป เราอาจจะต้องมีสงครามแย่งกันกินก็ได้
ประมาณนี้ ก็เลยเอามาต่อยอดได้เป็นเรื่องนี้
ตอนแรกจะวาดเป็นการ์ตูนเรื่องสั้นละ แต่ปั่นไม่ทัน
(หรือขี้เกียจล่ะ หือ?) ก็เลยต้องออกมาเป็น IS แทน
อ่านไม่รู้เรื่องยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะทุกคน... T^T (แต่ได้ข่าวว่า
ร่างสตอรี่บอร์ด ยังอ่านงงกว่านะ?)
ถ้ามันไม่ค่อยเกี่ยวกับโลกร้อนยังไง ก็ขอโทษด้วยนะคะ
(พอดีเขียนด้วยอารมณ์แค้นนิดๆ ว่าทำไมไม่ช่วยโลกตั้งแต่ตอนนี้ ห๊า!!!
ประมาณนี้...)
_____________________________________________________________________
อธิบายเพิ่มเติม (ไม่ใช่โหมด Talk นะ):
- สึนามิที่ว่า เคยมีคนทำนายมาหลายต่อหลายคน บ้างก็บอกว่าจะเหลือแค่กำแพงเพชรขึ้นไป บ้างก็บอกว่าจะเหลือแค่ลำปางขึ้นไป คำทำนายของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ในเรื่องจึงไม่ระบุชัดเจนว่าที่ไหนที่โดนสึนามิซัดไปแล้วบ้าง แต่จากคำทำนายหลายๆ ที่ พบว่าเชียงใหม่ยังคงรอด จึงใช้เชียงใหม่เป็นสถานที่หลักในเรื่อง
- เรื่องที่ทำนายออกมาเหมือนกันหลายที่มาก คือเรื่องวันสิ้นสุดโลก ในธันวาคม ปี 2555 (หรือ ค.ศ. 2012) แต่นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนในเรื่อง เพราะฉะนั้น เรื่องที่เขียนนี่เป็น IS อย่างแน่นอน ส่วนวันสิ้นโลก เป็นเรื่องที่มีการยอมรับจาก NASA แล้ว ว่ามีโอกาสเกิดขึ้นจริง (มีโอกาสเท่านั้น แต่ไม่สามารถฟันธงได้แต่ตอนนี้ว่าจะเกิดขึ้นแน่นอนหรือไม่ โอกาสจึงเป็นไปได้ประมาณ 50%) รายละเอียดเกี่ยวกับวันสิ้นโลก อ่านต่อได้ ที่บล็อกหลักของ ผปค. (ยังไม่ได้อัพ)
- น้ำท่วมโลก มีโอกาสเกิดขึ้นค่อนข้างแน่นอน หากอุณหภูมิโลกยังสูงต่อไปแบบนี้ เป็นเรื่องที่ได้รับการยืนยันส่วนหนึ่งจากนักสำรวจชาวอังกฤษ สำนักข่าวไทยได้รายงานทางข่าวภาคค่ำ เมื่อวันที่่ 15 ตุลาคม 2552 ว่า นังสำรวจพบว่า ความหนาของน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ เหลือความหนาเพียง 1.8 เมตร ซึ่งถือว่าน้อยมาก หากเปล่าไว้แบบนี้ต่อไป อีก 10 ปีข้างหน้า น้ำแข็งขั้วโลกจะเป็นเพียงทะเลในช่วงฤดูร้อน เพราะความเป็นจริงแล้ว ความหนาควรจะมีมากกว่านี้ และควรจะละลายเฉพาะในฤดูร้อนเท่านั้น
- จากข่าวที่เกิดขึ้นในฤดูร้อนที่ผ่านๆ มา พบว่าอากาศในฤดูร้อนของทุกปีมีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ จนน่าตกใจ และเป็นหนึ่งในต้นเหตุของการเสียชีวิตของคนส่วนหนึ่งที่ทนพิษอากาศร้อนไม่ไหว ทั้งๆ ที่หลายปีก่อนหน้านี้ อากาศยังไม่ร้อนมากจนเลวร้ายขนาดนี้
- เริ่มมีข่าวมาบ้างแล้ว เกี่ยวกับการแย่งกันกิน ส่วนใหญ่จะเป็นในเขตที่แร้นแค้น หรือในเขตที่ต้องรอความช่วยเหลือหลังจากถูกภัยต่างๆ คุกคาม แต่ยังไม่ถึงกับฆ่ากันตาย อย่างมากก็จะมีเพียงตีกันจนบาดเจ็บ หรือไม่ก็เกิดเหตุเหยียบกันตาย จากเหตุการณ์นี้ คาดว่าหากโลกยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป สงครามเพื่อความอยู่รอดก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้น
_____________________________________________________________________
[SS] บทส่งท้าย
"อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"
ฉันรีบลุกออกจากเตียง เมื่อความฝันจบลง...
...เหมือนเห็นตัวเองในอนาคตเลย...
...ฝันร้ายชัดๆ...
...ฉันรู้สึกได้ว่าตอนนี้ร่างกายของฉันเหงื่อท่วมไปหมด...
...พร้อมกับอาการหอบถี่ ราวกับไปวิ่งมา...
...และก็รู้สึกได้ เหมือนว่าขอบตาฉันแฉะเล็กน้อย เหมือนร้องไห้มาก่อน...
...ทั้งๆ ที่ฉันเปิดแอร์เป่าตัวแล้วนะ...?
ฉันมองไปที่นาฬิกา...
00:15 น.
เที่ยงคืนอยู่เลย... ฝันซะเป็นตุเป็นตะ...
เป้นบ้าอะไรเนี่ย...
ฉันไม่มีอารมณ์จะนอนต่อ ก็เลยนั่งระลึกฝันเมื่อกี้ในความมืด...
...ช่างเป็นโลกที่... โหดร้าย...
...ถ้าเราปล่อยโลกให้เป็นแบบนี้...
...เราก็คงต้องเป็นแบบนี้จริงๆ สินะ...?
...ไม่ๆๆๆๆ มันต้องไม่เกิดขึ้น...
...มันจะต้องไม่เกิดขึ้น เด็ดขาด!!!
ฉันกำผ้าห่มในมือแน่น...
ฉัน...
...ต้องเริ่มช่วยโลกแล้ว!!!
...ต้องจริงจังแล้วล่ะ!!!
-จบ-
เหมือนอ่านอะไรโหดๆ แต่ก้อชอบอ่ะ แนวนี้
เลือดสาดดีจังเลย
เอ๊ย ไม่ใช่ละๆ เค้าไม่ใช่คนแบบนั้นนะ 555
ข้าวฟ่างฝันโหดดดด
#1 By ๐Nine๐ on 2009-10-16 02:20